สั่งปิด ตลาดจ๊อดแฟร์ ตั้งศูนย์เยียวยาร้านค้าละ 1.1 หมื่นบาท

ตลาดจ๊อดแฟร์ ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง สั่งปิด “ตลาดจ๊อดแฟร์ พระราม 9” จนกว่าการปรับปรุงจะแล้วเสร็จ เน้นเพิ่มความปลอดภัย พร้อมสร้างศูนย์ช่วยเหลือ ราคาร้านละ 11,000 บาท

วันที่ 13 ธันวาคม 2566 เวลา 16.21 น. พ.ต.ท.กิตติ ดวงนิมิตร ผู้ช่วยสารวัตร (สืบสวน) สภ.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ร้านค้าแห่งหนึ่ง ภายในตลาดจ๊อดแฟร์ ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง กทม. เร่งเข้าตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ จากสถานีดับเพลิง และกู้ภัยห้วยขวาง รถบรรทุก 3 คัน – เรือบรรทุกน้ำมัน และอาสาสมัคร จากมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบว่าแ บ่งออกเป็นเต็นท์ผ้าใบ หลายหลัง ที่ถูกล็อคและติดกัน พื้นที่จำหน่ายเสื้อผ้า ภายในเต็นท์ผ้าใบ แบ่งออกเป็นแผงขายของ เต็นท์แต่ละหลังมี ร้านค้าขายสินค้าประมาณ 30 แห่ง เต็นท์เสื้อผ้ามีไฟและควัน เพลิงไหม้ลามไปยังเต็นท์ข้างเคียง พ่อค้าแม่ค้า ขนของหนีความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำประมาณ 20 นาทีหลังเพลิงสงบลง ไฟไหม้เต็นท์ผ้าใบ 4 หลัง ร้านค้าราว 120 แห่งได้รับความเสียหาย และหญิงวัย 21 ปีรายหนึ่ง ขาดอากาศหายใจ เนื่องจากควันไฟ เธอไม่ต้องการ ไปโรงพยาบาล เพื่อรับ การปฐมพยาบาล 

ตลาดจ๊อดแฟร์

นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้จัดการเขตห้วยขวาง เปิดเผย ความคืบหน้าเหตุ เพลิงไหม้ที่ตลาดนัดจ๊อดแฟร์ พระราม 9 เจ้าหน้าที่ ระบุว่า ขณะนี้ควบคุมเพลิงได้แล้ว การตรวจสอบพบความเสียหายถึง 4 ล็อค รวมถึงร้านค้า 120 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่น ถือได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ดี โดยเบื้องต้นทางสำนักงานเขต จะต้องให้ฝ่าย ธุรการร่วมชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์เป็นเงินร้านละ 11,000 บาท โดยประสานกับเจ้าหน้าที่ สภ.ห้วยขวาง เพื่อร่วมรับแจ้งความ ผู้เสียหายจะต้อง เตรียมเอกสารประกอบ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน และสัญญาเช่า

สาเหตุของเพลิงไหม้ ครั้งนี้ยังอยู่ระหว่าง การสอบสวน เบื้องต้นได้เกิดเหตุ เพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ขายเสื้อผ้า พบผู้ได้รับบาดเจ็บหญิง 1 ราย ไม่ต้องการ ไปโรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากการสำลักควันไฟ ส่วนกรณีที่ตำรวจ พบคนฉวยโอกาส ขโมยของในที่เกิดเหตุ นั้นกำลังสอบสวน ข้อเท็จจริงอยู่

ตลาดจ๊อดแฟร์

นายไพฑูรย์ ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดได้ประกาศ เป็นเขตอันตรายแล้ว จะปิดพื้นที่ทั้งหมด จนกว่าจะสามารถอัพเกรด และกู้คืนให้เปิดได้ ตามปกติ ระยะเวลาอาจเป็น 7 วัน 15 วันหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ว่าพวกเขาสามารถปรับปรุง เพื่อให้ปลอดภัยพอ ที่จะเปิดใหม่ได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ จะต้องมีมาตรการ ความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น ป้ายทางเข้าและทางออก รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ส่วนตัวเท่าที่ผมเห็น เป็นร้านอาหาร ที่ใช้ความร้อนในการปรุงอาหาร เช่น ผักบุ้งที่ร้อนและมีเปลวไฟสูง ที่สามารถติดผ้าใบ หรือหลังคาได้ หลังจากนั้น คุณจะต้อง ระมัดระวังมากขึ้น มูลค่าค่าเสียหาย ที่ต้องชดใช้ประมาณ 1,320,000 บาท

ขอขอบคุณบทความจาก : ไทยรัฐออนไลน์